สัตว์เลี้ยงที่ไม่คาดคิดของหมู่วัยรุ่นอย่าง “มด”

antใครจะคาดคิดว่าการเลี้ยงเจ้าสัตว์ที่สร้างความรำคาญภายในบ้านอย่างมด จะได้รับการเพาะพันธุ์เพื่อเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม จึงไม่แปลกใจเลยที่ใครหลายคนต่างสงสัยและไม่ยอมรับถึงการเลี้ยงสัตว์สุดเหนือความคาดหมายอย่างมดได้ แต่ใครจะเชื่อละว่าการจะเลี้ยงมดรังหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย และไม่ใช่ราคาถูกๆ ด้วย ซึ่งมีตั้งแต่หลัดร้อยไปจนถึงหลักพัน เพราะจำเป็นต้องซื้อกล่อง หรือที่ทำรังให้พวกมันนั้นเอง

ซึ่งมดที่นิยมนำมาเลี้ยงกันนั้นมีมากมายอย่างเช่น มดสายพันธุ์จากญี่ปุ่นซึ่งตัวจะใหญ่หน่อย รวมไปถึงมดแดง มดตะลาน แต่หากพูดถึงความนิยมนับว่ายังน้อยอยู่หากเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ แต่ต้องยอมรับว่าถือเป็นความแปลกใหม่ไม่น้อยเลย แต่ก็ใช่ว่าความแปลกใหม่จะดีเสมอไป เพราะมันแฝงไปด้วยผลกระทบอย่างร้ายแรงมาก ยกตัวอย่างถ้าหากมดต่างถิ่นพวกนี้หลุดออกไปจากภาชนะสำหรับเลี้ยง หรือเกิดการเบื่อหน่ายและปล่อยมดพวกนี้สู่ธรรมชาติ ด้วยสายพันธุ์ต่างถิ่น (Alien Spicy) มันจะไปทำรายระบบความสมดุลทางธรรมชาติในเขตนั้น และมันอาจจะไปแย่งถิ่นอาศัยของเจ้าของเดิม หรือแม้กระทั้งร้ายแรงที่สุด คือการกินสายพันธุ์ในถิ่นและเกิดการสูญพันธุ์ในที่สุด

ดังนั้นสิ่งที่อยากจะบอกคือการรับผิดชอบต่อการดูแลและเลี้ยงพวกสัตว์สายพันธุ์ต่างถิ่นเหล่านี้ ซึ่งความแปลกและความใหม่อาจจะดูน่าตื่นเต้นแต่เชื่อเถอะว่า หากเราไม่สามารถดูแลมันได้ดีพอ มันจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดีแน่นอน ถ้าเราคิดจะเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงของเราไม่ว่าจะเป็นมด หรืออะไรก็ตามหากพวกมันเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นสมควรอย่างยิ่งที่จะทำร้ายทิ้งไม่ควรที่จะปล่อยลงสู่ธรรมชาติด้วยประการทั้งปวง เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของเหล่าสัตว์นานาชนิดนั่นเอง

 

 

ปลากระเบน หนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี

Stingray            หากพูดถึงการเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงเพื่อการส่งขาย และหารายได้เข้าตัวเอง อย่างแรกที่เราจะนึกถึงก็คงไม่พ้น สุนัข , แมว และปลา แต่ในปัจจุบันมีสัตว์เลี้ยงแปลกๆ มากมายที่เราไม่คุ้นเคยที่สามารถทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี และหนึ่งในนั้นก็คือ “ปลากระเบน” ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก ในทุกวันนี้ปลากระเบนเป็นที่ต้องการของตลาด ถึงแม้จะไม่มากมายเหมือนสุนัขและแมว แต่ด้วยราคาต่อตัวที่เกือบแสน จึงทำให้มันเป็นที่ดึงดูดให้กับผู้ที่สนใจจะหารายได้ในด้านนี้เป็นอย่างดี

ด้วยการเลี้ยงอย่างไม่ยุ่งยาก เพราะปลากระเบนนั้นสามารถกินอาหารใดก็ได้และด้วยการที่มันพันธุ์ได้ง่าย จึงทำให้การเพาะพันธุ์ปลากระเบนส่งออกจึงเป็นทางเลือกที่ดี ดังนั้นหากใครสนใจที่จะนำมาเลี้ยงก็สามารถหาได้โดยง่ายเพราะในประเทศไทยมีผู้ที่เพาะพันธุ์ปลากระเบนมากมาย ผิดกับแต่ก่อนมากจึงทำให้มันดูเหมือนว่าเป็นสัตว์แปลก และอย่างที่บอกปลากระเบนนั้นมีร่างกายที่แข็งแรงเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยเป็นโรคมากนักเมื่อเทียบกับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ แต่หากถามถึงสายพันธุ์ที่นิยมกันเวลานี้นั้นก็คงจะตอบยากหน่อย เพราะส่วนหนึ่งนั้นปลากระเบนเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์ง่ายอยู่แล้ว จึงทำให้มีการผสมข้ามสายพันธุ์กันให้เห็นอยู่บ่อยๆ เพื่อให้ลวดลายสวยงามที่สวยที่สุดนั้นเอง

ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นปลากระเบนจะตั้งท้องอยู่ราวๆ 3 เดือน โดยส่วนให้จะจับมาเริ่มพันธุ์ในช่วงอายุ 1 ปี ถึง 2 ปี เพื่อให้ได้ลูกที่แข็งแรง ซึ่งจะเห็นได้ว่าระยะเวลาแค่ 3 เดือน ในการตั้งท้องของปลากระเบน คือว่าไม่นานเกินไปถ้าเทียบกับรายได้และราคาที่ได้รับ ดังนั้นหากใครต้องการจะเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรือจะเลี้ยงไว้เพื่อหารายได้เสริมก็ลองเริ่มศึกษาดูได้ครับ เพราะมีหลากหลายข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงคู่มือให้อ่านอย่างมากมาย

 

 

ทำความเข้าใจกันใหม่ระหว่างหนูขวัญและหนูแกสบี้

gazpy rat เป็นที่สงสัยกันอย่างมากกับผู้คนที่สนใจอยากเลี้ยงหนูเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ที่จะมีข้อคาใจระหว่างหนูขวัญกับหนูแกสบี้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งมีคนได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างหนูขวัญแลหนูแกสบี้อย่างมากมายแตกต่างกันไป ซึ่งบางคนบอกว่ามันเป็นหนูคนละสายพันธุ์กัน บางคนว่าเป็นหนูมีที่มากันจากคนละประเทศ ซึ่งเราจะมาบอกข้อเท็จจริงในวันนี้ คือ อันที่จริงแล้วหนูขวัญนั้นก็ถือว่าเป็นหนูแกสบี้เช่นกัน เพียงแต่ว่ามีราคาที่ถูกกว่า เพราะด้วยมีขวัญในละลำตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนถ้าได้ไปเดินตามตลาดต่างๆที่ขายหนูเลี้ยง ก็จะสงสัยว่าทำไมบางร้านบอกว่าเป็นหนูขวัญ และทำไมบางร้านบอกว่าเป็นหนูแกสบี้ ซึ่งทั้ง 2 ร้านนี้ก็มีราคาที่ไล่เลี่ยกัน อันที่จริงแล้วทั้ง 2 นั้นก็ขายหนูขวัญนั่นแหละครับ หรือจะเรียกอีกชื่อว่าหนูแกสบี้ก็ได้เพราะด้วยที่ลำตัวของมันมีขวัญค่อนข้างเยอะจนมีราคาที่ถูก แต่เราก็มีวิธีการเลือกดูหนูขวัญกับหนูแกสบี้แท้อยู่เหมือนกัน โดยจะมีข้อสังเกตโดยประมาณนี้ คือ หนูขวัญนั้นจะมีขวัญค่อนข้างมากตามลำตัว โดยที่หนูแกสบี้นะนั้นจะมีขวัญไม่เกิน 2 จุดเท่านั้น หนูขวัญก็จะมีหน้าตาที่แหลมกว่าหนูแกสบี้ และข้อสังเกตุสุดท้าย หนูขวัญจะมีหูที่ตั้ง หนูแกสบี้จะมีหูที่ตก โดยนิสัยของเจ้าหนูขวัญนั้นตอนเอามาเลี้ยงแรกๆจะไม่คุ้นกับคน ควรตั้งชื่อเรียกให้เค้า แล้วเรียกเค้าบ่อยๆ เพราะหนูขวัญนั้นจะสามารถจำชื่อของตัวเองได้ จับเค้ามาอุ้มบ้าง หรือเอามาไว้ที่หน้าอกของเรา หรือไม่ก็หาเพลงแล้วร้องให้เค้าฟัง ซึ่งต้องร้องแค่เพลงเดียวเท่านั้น และร้องเพลงเดิมๆในทุกๆครั้ง เพื่อเป็นการสร้างความสนิทสนมซึ่งกันและกัน ซึ่งหนูขวัญนั้นอาจจะทำตัวสั่นๆและหยุดนิ่ง พร้อมกับทำเสียงในลำคอ การกระทำแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเจ้าหนูกำลังกลัว แต่เป็นการกระทำที่แสดงถึงความครึ้มอกครึ้มใจ อาจจะมาจากการที่เจ้าหนูนั้นจำเสียงของเจ้าของที่เรียกมันได้

ชูก้าไรเดอร์ กับที่มาของชื่อ จิงโจ้บิน

hqdefault                   ชูก้าไรเดอร์ สัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะคล้ายกระรอกบิน ที่มีเด็กๆตั้งแต่ 15 ปีเป็นต้นไปให้ความนิยมในการนำมาเลี้ยงเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เพราะด้วยลักษณะพิเศษของชูก้าไรเดอร์นั้นมีลำตัวที่มีพังผืด ซึ่งสามารถกางได้จากขาหน้าไปจนถึงขาหลังเพื่อลู่ลมเวลาร่อน ซึ่งเด็กๆหรือคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นปีกของมัน จริงๆแล้วไม่ใช้ ชูก้าไรเดอร์ไม่มีปีก แต่มีพังผืดที่ช่วยในการร่อนในที่สูงเท่านั้น ซึ่งในการร่อนก็มีลักษณะที่คล้ายกับกระรอกบินจนคนเข้าใจผิดกันไปนักต่อนักแล้ว แล้วนอกเหนือจากนั้น ชูก้าไรเดอร์ยังมีขนที่นุ่มมากอีกด้วย และที่มาของชื่อที่สองของชูก้าไรเดอร์ที่เรียกว่า “จิงโจ้บิน” นั้น เพราะว่า ชูก้าไรเดอร์นั้นเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม และมีขนาดเล็ก ซึ่งถูกจัดลำดับว่าเป็นสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง เพราะตัวเมียนั้นจะมีกระเป๋าหน้าท้องเอาไว้เพื่อเลี้ยงดูลูกของมันในตอนที่ลูกของมันนั้นยังเล็กอยู่ และจะอาศัยอยู่ในท้องของแม่จนกว่าโตเต็มที่ โดยชูก้าไรเดอร์นั้นโดยปกติจะอาศัยอยู่บนต้นไม้ จะอยู่รวมกันระหว่าง 6-10 ตัวเท่านั้น และจะมีแบ่งอาณาเขตเป็นอย่างดี โดยจะไม่มีชูก้าไรเดอร์จากที่อื่นเข้ามายุ่งได้โดยเด็ดขาด โดยภายในกลุ่มนั้นจะมีตัวผู้เป็นหัวหน้าจ่าฝูง และจะมีการปล่อยกลิ่นเพื่อกำหนดอาณาเขตของตัวเอง โดยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 10-15 ปีตามธรรมชาติ โดยการที่มนุษย์ได้เอาชูก้าไรเดอร์มาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจนั้น ก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

ข้อดีของการนำชูก้าไรเดอร์มาเลี้ยง

  1. ชูก้าไรเดอร์เป็นสัตว์ที่รักเจ้าของเป็นอย่างมาก และจะจดจำกลิ่นและเสียงของเจ้าของได้เป็นอย่างดี
  2. ชอบอยู่ในที่แคบๆ เช่น กระเป๋าหรือถุงนอนนั่นเอง
  3. เมื่อชูก้ามีความสนิทกับเจ้าของ จะไม่กัด ไม่ขู่กับเจ้าของทั้งสิ้น และรักเจ้าของคนแรกเสมอตลอดไป
  4. ถ้าเจ้าของดูแลชูก้าไรเดอร์เป็นอย่างดี คอยเล่น ดูแล เอาใจใส่มัน มันจะสามารถอยู่กับเราได้นานกว่าวงจรชีวิตโดยปกติของมัน

ข้อเสียของการเลี้ยงชูก้าไรเดอร์

  1. ชูก้าไรเดอร์จัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยาวตัวหนึ่งเหมือนกัน ในบรรดาของสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก เพราะมีอายุได้ถึง 10-15 ปี เลยทีเดียว ซึ่งบางตัวนั้น อาจมีชีวิตที่ยืนยาวกว่านั้นอีกด้วย และชูก้าไรเดอร์ก็เป็นสัตว์ที่รักเจ้าของคนแรกเป็นอย่างมาก จึงเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจเป็นอย่างมาก ถ้าหากจะทำการเปลี่ยนเจ้าของให้มันอีกครั้ง เพราะด้วยความที่ชูก้าไรเดอร์เป็นสัตว์ที่มีอายุที่นาน การเปลี่ยนเจ้าของจึงเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจของมันเป็นอย่างมาก จนเคยมีปรากฏการณ์ที่ว่า ชูกาไรเดอร์นั้นตรอมใจตายเพราะว่าเปลี่ยนเจ้าของก็มี

ชูกาไรเดอร์ ไม่สามารถฝึกฝนให้ขับถ่ายอย่างเป็นที่ได้ โดยเฉพาะตัวผู้ จะเที่ยววิ่งทำการฉี่ไปทั่วบ้านเพื่อนเป็นการบอกว่าเป็นอาณาเขตของตน จนอาจทำให้เป็นที่รำคานของเจ้าของได้

สุดอิ่ง!! จระเข้ทำหน้าที่แทนสุนัข

Image.aspx                   เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากต่อผู้ที่ติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ เพราะข่าวที่เป็นประเด็นร้อนที่สุด และได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากไปทั่วโลกในตอนนี้ ก็คือการที่จระเข้นั้นได้เข้ามาทำหน้าที่แทนสุนัข ใครจะเชื่อล่ะครับ ว่าเจ้าสุนัขที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีหน้าที่เฝ้าบ้านนั้น จะโดนแย่งหน้าที่ไปอย่างง่ายดาย เพราะด้วยสังคมปัจจุบันนั้นมีคนแปลกหน้ามากมายรอบตัวเราไปหมด ซึ่งผู้คนมากมายเหล่านั้นอาจจะแฝงไปด้วยโจรที่เฝ้ารอการเข้ามาขโมยหรือมาทำร้ายเราอยู่ก็ได้ใครจะรู้ คนเราจึงสรรหาสุนัขเพื่อนที่จะเป็นผู้เฝ้าบ้านของเราและคอยเตือนเวลาที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้ในบริเวณบ้าน แต่สุนัขนั้นก็ถือได้ว่าเป็นสัตว์เฝ้าบ้านที่ธรรมดาไปแล้ว เพราะโจรในยุคปัจจุบันนั้นมีพัฒนาการมากมายในการเข้าขโมยของอย่างหลากหลายวิธี จนทำให้สุนัขเฝ้าบ้านนั้นอาจจะหมดความสำคัญไปเลยทีเดียว แต่ใครจะไปคิดว่า ที่จังหวัดพิษณุโลกนั้นจะมีคนเลี้ยงจระเข้เพื่อทำหน้าที่แทนสุนัขถึง 2 ตัวด้วยกัน เพื่อช่วยเข้าบ้าน โดยนายอวิรุทธิ์ เจ้าของบ้านเผยว่า ได้เลี้ยงจระเข้ 2 ตัวนี้มาร่วม 10 ปีแล้ว โดยเลี้ยงแบบอยู่ร่วมกันเหมือนกับสมาชิกในบ้าน โดยการเลี้ยงนั้นจะให้อยู่บนบก จนทำให้จระเข้นั้นว่ายน้ำไม่เป็น แต่ที่ที่เป็นที่โปรดปรานของจระเข้นั้นก็คือบริเวณใต้ท้องรถ เมื่อเวลามีไก่ สุนัข แมว เดินผ่านนั้นจระเข้ก็ทำตัวปกติและไม่ได้ทำร้ายแต่อย่างไร แต่ถ้ามีคนผ่านหน้าบ้านเข้ามาจ่อมๆมองๆในบริเวณบ้าน หรือเข้ามาใกล้จนเกินไปจระเข้ก็จะวิ่งไล่ และทำเสียงขู่อยู่ตลอด จนทำให้ใครเดินผ่านไปผ่านมาค่อนข้างกลัว และเกิดความเกรงขามอยู่เสมอ จนทำให้ไม่ค่อยมีผู้ใดเข้าบ้านของเขา และไม่มีเรื่องของโจรขึ้นบ้านอย่างแน่นอน โดยจระเข้ทั้ง 2 ตัวนี้จะกินโครงไก่เป็นอาหาร เจ้าของจะให้อาหารเป็นเวลาที่ตรงต่อเวลาเสมอ โดยไม่ปล่อยให้เจ้าจระเข้หิวเลยสักครั้ง ซึ่งจระเข้ทั้ง 2 ถูกซื้อมาจากฟาร์ม และนำมาเลี้ยงที่บ้านตั้งแต่เด็ก จนทำให้จระเข้นั้นคุ้นเคยกับคนที่บ้านทุกคนรวมแม้กระทั่งเพื่อนบ้านที่ไปมาหาสู่กันตลอด

กุ้งเครย์ฟิช แฟชั่นสัตว์เลี้ยงใหม่ของวัยรุ่น

Crayfish-091110-07                   ต้องบอกก่อนว่าในยุคปัจจุบันนี้มีสัตว์เลี้ยงเยอะแยะมากมายบนโลก ซึ่งก็มีสัตว์เลี้ยงแปลกๆใหม่ๆมาให้ชมอยู่เสมอ ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้สัตว์เลี้ยงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟชั่นใหม่ของกลุ่มวัยรุ่นก็คือ “กุ้งเครย์ฟิช” เพราะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักของการขายสัตย์เลี้ยงอย่างกุ้งเครย์ฟิชนั้น ก็จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะด้วยกุ้งเครย์ฟิชนั้นเป็นสัตว์น้ำที่มีสีสันที่น่าสนใจหลากหลายสีมากมาย จึงเป็นที่สะดุดตาของวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก เป็นสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ กินก็ง่ายไม่เรื่องมาก ซึ่งอาหารของเจ้ากุ้งเครย์ฟิชนั้นก็คือซากพืชซากสัตว์ที่ตกอยู่บริเวณก้นน้ำแล้วนั้นเอง หรือจะซื้ออาหารให้มันก็มีราคาไม่แพง เพราะราคาอาหารของมันนั้นอยู่ที่หนึ่งร้อยเป็นต้นไปจนถึงหนึ่งพันบาทเท่านั้น และไม่ใช่แค่กุ้งจะมีสีสันที่สะดุดตาเท่านั้น แต่ยังมีรูปร่างที่น่าเกรงขาม บึกบึน ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเลี้ยงมาก เพราะเลี้ยงได้ไม่ยากเลย ซึ่งกุ้งเครย์ฟิชนั้นสามารถเลี้ยงในตู้ปลาได้ และสามารถเลี้ยงรวมกันได้ แต่ถ้าเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชหลายตัว ควรที่จะมีขนาดตู้ที่ใหญ่กว่า 24 นิ้ว เพราะว่ากู้งเครย์ฟิชนั้น เป็นกุ้งที่มีอาการก้าวร้าวเป็นอย่างมาก และห่วงถิ่นฐานของตัวเอง จึงทำให้กุ้งตัวอื่นที่เข้ามาในอาณาเขตของมันนั้นถูกทำร้ายได้ จึงควรที่จะมีตู้ที่ใหญ่ๆหน่อย เพื่อที่จะให้แต่ละตัวของมันได้สร้างอาณาเขตของตัวเอง เพื่อที่จะไม่เกิดการทำร้ายกันได้ ซึ่งถ้าเราเลี้ยงรวมกันระหว่างตัวเล็กตัวใหญ่ ควรนำตัวเล็กออกมา เพราะถ้าอยู่รวมกัน ตัวใหญ่จะทำร้ายตัวเล็กแล้วก็กินเป็นอาหารได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือควรใส่กระถ่างที่แตกแล้ว หรือท่อพีวีซีตัดเป็นท่อนๆ เพื่อเป็นที่หลบของกุ้งในเวลากลางวัน ซึ่งกุ้งเครย์ฟิชนั้นจะเข้าหาที่หลบในเวลากลางวันและออกหากินในเวลากลางคืนโดยธรรมชาติ ควรเอากรวดปูไว้ที่พื้นของตู้อย่างน้อย 5 เซนติเมตร เพราะกุ้งเครย์ฟิชนั้นมีนิสัยชอบขุดคุ้ยเพื่อกลบตัวเองในเวลากลางวัน แต่ไม่ควรใช้ทรายในการปูโดยเด็ดขาด เพราะทรายนั้นมีความหนาแน่นเป็นอย่างมาก จนทำให้กุ้งที่เอาทรายมากลบตัวเองขาดอากาศหายใจจนตายได้ในที่สุด

จริงหรือเปล่าที่แมวมี แมวมีถึง 9 ชีวิต

197978-catเป็นที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนานว่าแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์นั้น เป็นสัตว์ที่มีชีวิตถึง 9 ชีวิต ซึ่งถ้าทุกคนได้ยินกันก็จะเข้าใจว่าแมวนั้นอาจจะมีชีวิตถึงที่เก้าชีวิต ที่ประมาณว่าตายแล้วสามารถฟื้นคืนได้มาอีกครั้งจนครบเก้าชีวิตหรือประมาณว่าแมวนั้นเกิดเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่คิดว่าจะรอดมาได้ แต่ก็รอดมาได้ถึง 9 ครั้ง แล้วถึงตาย ซึ่งต้องบอกเลยว่าแมวที่มี 9 ชีวิตเป็นเพียงสำนวนเท่านั้นที่คนเค้ามาใช้ในการเปรียบเทียบเหตุการณ์ต่างๆ จึงทำเห็นเป็นที่เข้าใจผิดต่อผู้ที่ได้ยินเป็นอย่างมาก ซึ่งสำนวนนี้เป็นสำนวนของประเทศอิยิปต์โบราณ ซึ่งชาวอิยิปต์นั้นมีความเชื่อว่าแมวคือเทพ จึงได้ตั้งสำนวนขึ้น “แมวเก้าชีวิต” หรือภาษาอังกฤษคือ “A cat has nine lives.” ซึ่งแปลว่า แมวมีชีวิตที่เข้มแข็ง หรือบางทีก็ให้ความหมายได้ว่า ผู้ที่เกิดความหายนะกับตนเองมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังกลับมาเป็นคนที่มีฐานะและชื่อเสียงได้ดั่งเดิม ซึ่งอาจจะเปรียบเสมือนกับคนไทยตามภาษาชาวบ้านที่ได้กล่าวไว้ว่า คนที่ผ่านความเป็นและความตายมาได้ในหลายๆครั้ง แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่รอดมาได้อีก ซึ่งบอกได้ว่าแมวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความน่ารัก อ่อนโยน แล้วมีความขี้อ่อนเป็นอย่างมาก จนทำให้คนหลายต่อหลายคนหลงรักมันเข้าแล้ว ด้วยความขี้อ่อนของมันที่จะชอบอ้อนต่อเจ้าของนั้น จึงเป็นเสน่ห์ของมันที่ใครๆเห็นก็ต้องหลงรัก และอยากเป็นเจ้าของของแมว จึงทำให้แมวนั้นเป็นสัตว์ที่ติดลำดับต้นๆของโลกที่มีผู้คนทั่วโลกนิยมเลี้ยงเอาไว้ติดบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม แมวก็ยังคงชีวิตเพียงแค่หนึ่งชีวิตเท่านั้นเหมืนกับสัตว์อื่นๆทั่วๆไป ไม่ได้มีเก้าชีวิตตามที่ใครต่อใครว่ามา เพราะคำว่าแมวเก้าชีวิตนั้น เป็นเพียงสำนวนเท่านั้น

มนุษย์สามารถใช่ชีวิตร่วมกับเสือโคร่งในบ้านจริงหรือ ?

tiger                   ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ สำหรับเรื่องที่มีผู้คนหันมาเลี้ยงเสือเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน และอยู่ร่วมกันเสมือนกับเป็นมิตรซึ่งกันและกัน ซึ่งต้องบอกว่า การเลี้ยงเสือของเค้านั้น เค้าเลี้ยงให้เสือนั้นมีความเชื่องเหมือนกับแมว จนเป็นที่อึ่งต่อผู้คนที่ได้ทราบข่าว และเกิดข้อสงสัยว่าทำไมถึงเลี้ยงเสือไว้ในบ้านได้ ให้ใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ถึงขนาดนี้ เพราะตามความเป็นจริงแล้ว เสือนั้นไม่ใช้เป็นสัตว์เลี้ยง แต่เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ป่าหรือภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเสือนั้นจะมีสัญชาตญาณเป็นนักล่า เพราะเป็นสัตว์ที่กินเนื้อเป็นอาหาร ซึ่งเสือนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งสัตว์ป่า จึงไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสามารถที่จะเลี้ยงเสือที่เป็นนักล่าให้อยู่ร่วมกับคนได้ เพราะด้วยความเป็นนักล่าเนื้อของมันนั้น จึงเป็นสัตว์ที่อันตรายมากต่อมนุษย์ แต่ก็มีเรื่องน่าทึ่งที่ว่า มีครอบครัวชาวบราซิลเลี้ยงเสือไว้ในบ้านอยู่ร่วมกับทุกคนในครอบครัวถึง 7 คน วิ่งเล่นในบ้านได้ราวกับเป็นแมวน้อยที่มีตัวที่ใหญ่ กินเนื้อ แต่ไม่กินคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมากเมื่อทุกคนได้เห็นข่าวนี้ และเป็นเรื่องที่เป็นที่พูดคุยกันอย่างแพร่หลายในโลกของโซเชียลและเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความติดตามข่าวเรื่องนี้เสมอ เมื่อนายบอร์เกสได้เผยต่อสื่อข่าวต่างๆว่า ได้ช่วยเหลือเสือมาจากละครสัตว์ถึง 2 ตัว และนำกลับมาเลี้ยงที่บ้านภายในสวนของเขา จนวันเวลาผ่านไป เสือทั้ง 2 ได้ผสมพันธุ์กันและมีลูกออกมาถึง 5 ตัว ซึ่งทุกคนในครอบครัวนั้นได้ช่วยกันเลี้ยงเสือทั้ง 7 ตัวด้วยกัน โดยทุกคนในบ้านยืนยันว่าเสือนั้นไม่ได้ทำอันตรายกับคนในบ้านแต่อย่างไร และทุกคนในบ้านก็รักและสนิทกับมันเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นเด็กตัวเล็กๆในบ้านขึ้นไปขี่หลังมันเลย เพราะเด็กๆในบ้านจะชอบมาก และจะมีน้องสาวของนายบอร์เกสที่ได้พาเจ้าเสือนั้นไปเล่นน้ำถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยนายบอร์เกสยอมรับว่ายังไม่ได้มีใบอนุญาตเลี้ยงหรือฝึกสัตว์ป่า แต่ตอนนี้เขาก็กำลังขออยู่ เพื่อที่จะหวังขยายพันธุ์และเปิดให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งก็มีคนอย่างมากที่ได้คอมเม้นถึงกับเรื่องนี้ ในแนวสงสัยบ้าง ให้คำแนะนำบ้างในลักษณะที่แตกต่างกันไป หรือแม้แต่การเตือนให้ระวังในสัญชาตญาณของสัตว์ป่านักล่าของมัน รวมถึงการเปรียบเทียบแมวกับเสือในลักษณะต่างๆที่ดูน่ารักของมัน โดยสรุปได้ว่า เสือนั้นเป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่ และไม่รู้พละกำลังของตัวเอง จนอาจทำอะไรแรงๆได้ เช่น แมวนั้นเวลาหยอก มันจะตะปบ ป๊าบ… น่ารัก แต่ว่าเสือนั้น เวลาหยอก ตะปบ ป๊าบ… ไปเกิดใหม่ นั่นเอง

ปลาทอง สัตว์เลี้ยงยอดนิยมทั่วเอเซีย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ปลาทองนั้นจัดได้ว่าเป็นปลายอดนิยมของทั่วเอเชีย ซึ่งตามจริงแล้วปลาทองก็ไม่ได้เป็นที่นิยมเฉพาะในประเทศเอเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมในทั่วๆโลกอีกด้วย แต่ก็คงไม่ได้มากพอเท่ากับประเทศในเอเชีย เพราะในประเทศเอเซียนั้นเชื่อในเรื่องหลักของฮวงจุ้ยมาอย่างนมนาน ไม่ว่าในเรื่องของทิศทาง การจัดของเพื่อเสริมดวงภายในบ้าน หรือแม้แต่การเลือกเลี้ยงสัตว์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและอุดมสมบูรณ์ภายในบ้าน ซึ่งในการเลี้ยงนั้น ชาวคนจีนเชื่ออยู่เสมอว่า การเลี้ยงปลาทองก็เปรียบเสมือนการเลี้ยงทองไว้ในบ้าน เป็นการเสริมความมั่นคลั่งและเรียกทรัพย์สินเงินทองเข้ามาในบ้าน หรือแม้แต่สายน้ำที่เราเอาไว้ลี้ยงปลาทองนั้นก็จะนำพาความร่มเย็น และราบรื่นให้กับผู้เลี้ยงดู เหมาะสำหรับคนที่ทำการค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งคนจีนนั้นเชื่อเสมอว่าปลาทองเป็นสัตว์นำโชคที่ช่วยในเรื่องของการเงินตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นเอง โดยที่สมัยก่อนนั้นปลาทองอาจเป็นที่นิยมมากในประเทศจีน โดยผู้ที่เลียงนั้นต้องเป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง พ่อค้าหรือเศรษฐีเท่านั้น เพราะสมัยก่อนปลาทองนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก จนทำให้ผู้คนทั่วไปไม่สามารถที่จะซื้อมาเลี้ยงได้ ซึ่งปัจจัยหลักในการเลี้ยงปลาทองนั้นมีอยู่ 4 ข้อคือ

  1. สีของปลาที่เลี้ยง
  • สีดำ (สังกัดธาตุน้ำ) น้ำเสริมน้ำ จะช่วยนำโชคได้ ช่วยให้ชีวิตราบรื่นไม่พบเจออุปสรรค์อะไร
  • สีเหลือง (สังกัดธาตุดิน) ดินข่มน้ำ จะนำโชคได้น้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้เลย
  • สีแดงหรือสีส้ม (สังกัดธาตุไฟ) จะนำโชคได้น้อยที่สุด
  • สีทองหรือสีขาว (สังกัดธาตุทอง) จะได้โชคได้ดีที่สุด เพราะทองเป็นการให้กำเนิดของน้ำ
  1. จำนวนของปลาที่เลี้ยง คนส่วนใหญ่มักคิดกันว่าการเลี้ยงปลานั้น ถ้าเป็นเลขคี่จะเป็นมงคลต่อชีวิตและไม่ควรเลี้ยงเป็นเลขคู่ ซึ่งในการเลี้ยงปลานั้นคือการช่วยเสริมพลังให้กับชีวิต เพราะว่า “น้ำคือเงิน” ซึ่งอาจมีการเลือกเลี้ยงตามธาตุของแต่ละบุคคลดังนี้
  • คนธาตุน้ำ ควรเลี้ยงปลาแดง 6 ตัว และปลาดำ 1 ตัว
  • คนธาตุดิน ควรเลี้ยงปลาแดง 10 ตัว และปลาดำ 5 ตัว
  • คนธาตุไฟ ควรเลี้ยงปลาแดง 7 ตัว และปลาดำ 2 ตัว
  • คนธาตุทอง ควรเลี้ยงปลาแดง 9 ตัว และปลาดำ 4 ตัว
  • คนธาตุไม้ ควรเลี้ยงปลาแดง 8 ตัว และปลาดำ 3 ตัว
  1. ลักษณะของปลาที่เลี้ยง จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
  • พันธ์ที่ได้รับความนิยมฮอลันดายักษ์
  • พันธ์ที่ได้รับความนิยมฮอลันดาปักกิ่ง

4.ลักษณะของตู้ปลาที่ดีควรเป็นแบบนี้ตู้กลม (สังกัดธาตุน้ำ)

  • ตู้สี่เหลี่ยมลูกบาศก์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก (สังกัดธาตุดิน)
  • ตู้รูปหกเหลี่ยม (ตามจริงแล้วเป็นของสังกัดธาตุน้ำแต่เพราะตู้มีหลายเหลี่ยมจึงเป็นสังกัดธาตุไฟ)
  • ตู้รูปสามเหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม (สังกัดธาตุไฟ)
  • ตู้สี่เหลี่ยมยาว (สังกัดธาตุไม้)

 

 

ไลอ้อนเฮดท์ (Lion Head) กระต่ายสิงโต

lion king

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักและอ่อนโยน หลายๆคนก็คงคิดถึงกระต่ายในลำดับต้นๆ เพราะกระต่ายนั้น เป็นสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างมีความน่ารักที่โดดเด่น มีความขี้ตกใจเป็นอย่างมาก และมีความเรียบร้อยอยู่เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นในความเรียบร้อยของสัตว์เลี้ยงไม่ใช่ว่าจะนั่งนิ่งๆทำอะไรแบบระมัดระวังแบบมนุษย์ ด้วยความเป็นสัตว์จึงมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่กระต่ายนั้นก็ไม่เคยทำร้ายข้าวของแต่อย่างใด ซึ่งพูดถึงกระต่ายนั้น ในโลกของเรามีกระต่ายอยู่เยอะแยะมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีทั้งหมดถึง 14 สายพันธ์ ซึ่งในแต่ละสายพันธุ์นั้นก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงกระต่ายสายพันธุ์ไลอ้อนเฮดท์ (Lion Head) ซึ่งเป็นกระต่ายที่มีขนเป็นแผงที่คอ จึงมีลักษณะที่คล้ายสิงโต ตัวอ้วนและมีน้ำหนักตัวมากแต่ก็ไม่ได้มีลำตัวที่ใหญ่มากจนเกินความเป็นกระต่าย มีหลากหลายสีสันอย่างมากมาย ซึ่งกระต่ายพันธุ์ไลอ้อนเฮดท์นั้นอาจเป็นที่รู้จักในชื่อของ Lion เพราะเป็นชื่อที่จำได้ง่ายและบ่งบอกถึงลักษณะพันธุ์นี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหาพบได้อย่างมากในบ้านเรา โดยประวัติพันธุ์นี้มาที่มาจากประเทศอังกฤษ ถูกนำเข้ามาเมื่อในปี 19995 หรือ 2558 นั่นเอง ซึ่งกระต่ายพันธุ์นี้เป็นการผสมพันธุ์ระหว่าง Swiss fox และ Netherland Dwarf โดยต่อมาได้มีการจัดตั้งชมรมสำหรับกระต่ายไลอ้อนเฮดท์ในประเทศอังกฤษ ในปี 1996 โดยใช้ชื่อชมรมว่า “The National Lionhead Rabbit Club” หรือชื่อย่อว่า “NALRC” และอีกไม่นานต่อมา ประเทศอเมริกาก็ได้ตั้งชมรมขึ้นมาเหมือนกัน ชื่อว่า “North American Lionhead Rabbit Club” ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ซึ่งลักษณะโดยพื้นฐานของกระต่ายพันธุ์ไลอ้อนเฮดท์นั้นต้องอยู่ในมาตรฐานของ NALRC ซึ่งมีดังนี้

  1. ต้องมีดวงตาที่ค่อนข้ากลมโต
  2. ตาต้องมีระยะห่างที่กว้าง
  3. ลำตัวต้องสั้น กลมป้อม
  4. แผงคอมีขนที่ปุยยาว และต้องเป็นที่โด่ดเด่น อย่างน้อยต้องยาวถึง 2 นิ้ว
  5. ไหล่และอกต้องกว้าง และมีสะโพกที่กลม
  6. หูสั้น และอยู่ที่ส่วนหัว มีลักษณะตั้งตรงและมีขนปกคลุม
  7. โตเต็มที่แล้วน้ำหนังจะสูงถึง 2 กิโลเลยทีเดียว

แต่กระต่ายพันธุ์ไลอ้อนเฮดท์นั้น ที่นำมาผสมได้ที่ประเทศไทย เมื่อโตขึ้นมาแล้วอาจจะมีแผงคอที่ยาวไม่ได้มาตรฐาน สั้นบ้าง ยาวบ้างก็มี แล้วแต่ตัวกันไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของกระต่ายพันธุ์นี้คือมีแผงคอที่มีขนยาวและฟู จนมีลักษณะที่คล้ายกับสิงโตนั่นเอง